ในบทนี้แสดงวิธีการรายละเอียดการปรับแต่ง Layout และหน้าตาเว็บไซต์ในเมนู Site building เป็นหลัก และเมนูอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นใน การใช้งานเบื้องต้น ในตอนท้ายของบทนี้มีรายละเอียด ของโมดูลที่น่าสนใจในการนำมาปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณ
Blocks
ฺคลิกเมนู Administer->Site Building->Blocks จะแสดงเพจดังรูปที่ 2.1
รูปที่ 2.1 เมนู Blocks
ตำแหน่งBlock คือพื้นที่สี่เหลี่มแทนด้วยเส้นประจะมีปกติ 5 ที่ด้วยกันได้แก่ ส่วนหัว(Header) ด้านขวามือ(Right Sidebar) ด้านซ้ายมือ(Left Sidebar) ส่วนเนื้อหา(Content) ล่างสุด(Footer) ทั้งนี้ตำแหน่งของ Block ขึ้นอยู่กับ themes ที่เลือกด้วย ในรูปที่ 2.1 แสดง theme ของ garland เราสามารถสร้าง Block ขึ้นมาเองได้ โดยวิธีเหมือนกับการสร้าง ในเมนู create content จากนั้นเลือก ตำแหน่งที่ต้องการให้ Block แสดง
ฺMenu
คลิกเมนู Administer->Site Building->Menu จะแสดงเพจดังรูปที่ 2.2
รูปที่ 2.2 Site building->Menu
Menu มีส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญดังนี้
มุมขวามือบนคือ ตำแหน่ง Primary Link ท่านสามารถแก้ไข เพิ่มเมนู หรือเปลี่ยนเอาเมนู Navigation ไปไว้ตำแหน่งนั้นได้ ทางซ้ายมือจะเป็นเมนู Navigation โดยปริยาย หากต้องการเปลี่ยนแปลงชื่อเมนู คลิกที่ Edit ถ้าต้องการเพิ่มเมนูคลิกที่ Add item ถ้าต้องการลบเมนูคลิกที่ Delete
Modules
module เรียกทับศัพท์ทางภาษาไทยได้ว่า โมดูล ใน drupal โมดูลจะมีลักษณะเป็นโปรแกรมหรือสคริปต์ เพื่อช่วยให้ webmaster สามารถจัดการเว็บไชต์ได้ง่ายขึ้น หลังจากการติดตั้ง drupal จะมีโมดูลมาอยู่แล้ว โดยคลิกไปที่ Administer->Site Building->Modules บทนี้จะกล่าวถึงโมดูลที่สำคัญ ๆ และที่จำเป็นใน การใช้งานก่อนได้แก่
Aggregator ดึงข้อมูลจากเว็บอื่นๆ (RSS, RDF, Atom) มาแสดง
Blog ช่วยให้สามารถอัพเดทเพจและ blog ของผู้ใช้ได้อย่างง่ายดาย
Blog API ผู้ใช้สามารถเขียนเนื้อหาโดยผ่านโปรแกรมภายนอกที่สนับสนุน API แบบ XML-RPC
Book ผู้ใช้สามารถร่วมกันเขียนหนังสือได้
Color ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนชุดสีของธีมได้
Comment ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นในเนื้อหา
Contact ผู้ใช้สามารถส่งข้อความติดต่อกันเอง และฟอร์มติดต่อของเว็บไซต์
Drupal ลงทะเบียนเว็บไซต์กับเซิร์ฟเวอร์กลาง และส่งข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ไปยัง Drupal เพื่อพัฒนาโครงการ
Forum กระดานสนทนาในหัวข้อต่างๆ
Help จัดการการแสดงผลของการช่วยเหลือออนไลน์
Legacy ให้ฟังก์ชั่นเก่าสำหรับการอัพเกรดจากดรูปัลเก่า
Locale แปลภาษาของส่วนติดต่อผู้ใช้เป็นภาษาอื่นๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ
Menu ทำให้ administrators สามารถปรับแต่งเมนู navigation ของเว็บไซต์ได้
Path เปลี่ยนชื่อเรียก URL
Ping แจ้งเว็บไซต์อื่นว่าเว็บไซต์ของคุณมีการอัพเดต
Poll เปิดให้มีการโหวตสำหรับหัวข้อต่างๆ
Profile สนับสนุนให้สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัว (user profiles) ของผู้ใช้ (user) ได้
Search ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ด้วยคีย์เวิร์ด
Statistics เก็บสถิติในการใช้งานเว็บไซต์
Taxonomy ทำให้สามารถจำแนกประเภทของเนื้อหาได้
Throttle ตั้งค่าพฤติกรรมของเว็บไซต์เมื่อมีโหลดปริมาณมาก
Tracker แสดงรายการเนื้อหาที่เขียนล่าสุดของผู้ใช้แต่ละคน
Upload เพิ่มการอัพโหลดและแนบไฟล์ในเนื้อหา ซึ่งจำเป็นในการสร้างเนื้อหาต่าง ๆ
อีกโมดูลหนึ่งที่น่าสนใจคือTinyMCE ซึ่งเป็นโมดูลที่ช่วยให้การสร้างเนื้อหาง่ายขึ้น โดยต้องมีการติดตั้งเองดังนี้
Download TimyMCE ที่ http://drupal.org/project/tinymce
แตกไฟล์ออกมา จะได้โฟลเดอร์ชื่อ tinymce
ก็อบปี้โฟลเดอร์ tinymce ไปไว้ใน ...drupal/modules/
โหลด tinymce engine ที่ http://tinymce.moxiecode.com/
แตกไฟล์ออกมาเป็นโฟลเดอร์ชื่อ tinymce
ก็อบปี้โฟลเดอร์ tinymce ไปไว้ใน ...drupal/modules/tinymce ดังนั้นไฟล์ engine จะอยู่ในโฟลเอดร์ ...drupal/modules/tinymce/tinymce
ไปที่เมนู administer->site building->modules
เลือกเช็กบ๊อกที่ TinyMCE
คลิก Administer->Site Configutation->TinyMCE
คลิกเลือก Create new profile
คลิก Basic setup ใส่ข้อความ Basic ลงใน Profile name
เลือก anonymous user ตรงหัวข้อ Roles allowed to use this profile
คลิกเลือก Buttons and plugins เช็กเลือกทุกช่อง
กดปุ่ม Create Profile
คลิกที่ Create content->page เลือกเพจลงมาด้านล่างสุดจะพบคำว่า enable rich-text คลิกเข้าไป จะพบว่ามีเมนูขยายเพิ่มมาอีกมากมายให้เราเลือกใช้ในการสร้างเนื้อหา
Drupal มีโมดูลที่น่าสนใจอีกมากมายให้เลือกใช้ซึ่งจะแสดงไว้ตอนท้ายของบทนี้
Themes
หน้าตาของเว็บไซต์ของคุณสามารถเปลี่ยนธีมของเว็บไซต์ หรือกำหนดธีมที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนได้ การเปลี่ยนธีมก็คือการเปลี่ยนหน้าตาและบางครั้งยังรวมถึงโครงสร้างของ Block ด้วยดังนั้นจึ้งขึ้นอยู่กับ webmaster หรือเจ้าของเว็บไซต์ว่าต้องการหน้าตาของเว็บไซต์ของท่านอย่างไร
การติดตั้ง
ธีมหน้าตาต่าง ๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://drupal.org/project/Themes เลือกธีมที่ชอบและมี เวอร์ชันที่ใช้ได้กับเวอร์ชันของ drupal ของท่านด้วย ลองคลิกเลือกธีม fancy เป็นตัวอย่าง
หลังจากที่ดาวน์โหลดมาแล้วให้แตกไฟล์ออก แล้วก็อบปี้ไปให้อยู่ใน ...drupal/themes/
คลิก Administer->Site Building->Theme ท่านจะเห็นชื่อธีมที่ท่านโหลดมา จากนั้นเลือก Enable และ Default ท่านจะได้เว็บไซต์หน้าตาใหม่ ตามที่ต้องการ
สังเกตว่าทางขวามือจะเห็นคำว่า configure คลิกเข้าไปจะพบหน้าเพจเพื่อปรับแต่ง หน้าเพจของธีมนั้น ๆ กลุ่ม Toggle Display เพื่อเลือกที่จะแสดงหรือไม่แสดงค่าที่อยู่ในกลุ่มนี้ โลโก้ ชื่อเว็บไซต์ สโลแกน mission statement แสดงรูปผู้ใช้ที่โพสต์ แสดงรูปผู้ใช้ที่แสดงความคิดเห็น
กลุ่ม Logo image setting และกลุ่ม shortcut image setting เพื่อเซ็ตโลโก้และไอคอนตามลำดับ
เมื่อกดปุ่มบันทึกแล้วเว็บไซต์ของคุณจะเปลี่ยนหน้าตาและสีสันไปจากเดิมทันที
หลังจากที่ท่านเลือกธีมใหม่แล้ว Block ต่าง ๆ ที่ท่านสร้างเอาไว้ที่ ธีมเดิมจะไม่แสดงในธีมใหม่ ท่านต้องตั้งค่า Block ใหม่ในเมนู Administer->Site Building->Block อีกครั้งสำหรับธีมใหม่นี้